ประวัติความเป็นมา

 

“มูลนิธิภูมิพโลภิกขุ เพื่อการค้นคว้าและเผยแผ่ทางพระพุทธศาสนา” เป็นมูลนิธิฯ ที่ยกขึ้นจากกองทุนพิเศษ “ภูมิพโลภิกขุ” ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้พระราชทานแก่สมาคมศูนย์ค้นคว้าทางพระพุทธศาสนา โดยต่อมาได้รับ พระราชทานพระบรมราชานุญาต ให้ยกกองทุนพิเศษฯ ดังกล่าวเป็น “มูลนิธิภูมิพโลภิกขุ” เป็นชื่อมูลนิธิฯ โดยได้จดทะเบียนจัดตั้งมูลนิธิตามกฎหมาย เมื่อวันที่  ๙ ตุลาคม ๒๕๑๖

ปัจจุบัน สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ รับเป็นองค์ประธานกรรมการมูลนิธิฯ เมื่อวันที่ ๒๕ สิงหาคม ๒๕๕๓ สืบต่อจากสมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ รับโครงการ “ปริวรรตอักษรขอม และอักษรโบราณท้องถิ่น ชำระและแปลพระคัมภีร์ทางพระพุทธศาสนาเป็นภาษาไทย” ของมูลนิธิฯ เป็นโครงการในพระราชูปถัมภ์

ความเดิม

เมื่อวันที่ ๓ ธันวาคม ๒๕๐๖ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราชสกลมหาสังฆปริณายก (อยู่ ญาโณทยมหาเถระ) วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร ได้นำคณะกรรมการสมาคมศูนย์ค้นคว้าทางพระพุทธศาสนา ซึ่งตั้งขึ้นโดยพระอุปถัมภ์ของพระองค์ท่าน เข้าเฝ้าฯ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ณ พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน เนื่องในโอกาสพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษา ๓ รอบ เพื่อถวายพระพร และทูลเกล้าฯ ถวายพระคัมภีร์อัฏฐสาลินี ภาคภาษาไทย อันเป็นพระคัมภีร์ขั้นอรรถกถา ซึ่งยังไม่เคยแปลเป็นภาษาไทยมาก่อน และได้กราบบังคมทูลถึงงานแปลพระคัมภีร์ ซึ่งทำได้ยากเพราะขาดคู่มือคำอธิบาย

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานพระบรมราโชวาทข้อความตอนหนึ่งว่า

“ฉันขออนุโมทนา ขอให้ทำต่อไปอย่าหยุดเสีย ฉันสนับสนุนงานนี้ ร้อยเปอร์เซ็นต์เต็ม ให้ทำต่อไป เป็นการช่วยให้คนเข้าถึงธรรม

การแปลคำบาลีมาเป็นคำไทยนั้น ต้องระวังให้จงหนัก อย่าให้ขัดแย้งกันได้เป็นอันขาด เพราะถ้าขัดแย้งกันแล้ว จะทำให้เกิดความยุ่งยากแก่นักศึกษาต่อไปภายหน้า ที่ใดสงสัยว่าจะแปลให้เข้าใจไม่ได้แจ่มแจ้ง ก็ควรมีคำอธิบายกำกับไว้ด้วย”

เมื่อวันที่ ๒๐ ตุลาคม ๒๕๑๕
คณะกรรมการสมาคมศูนย์ค้นคว้าทางพระพุทธศาสนา รวมทั้งท่านผู้มีจิตศรัทธา และผู้ทรงคุณวุฒิ ซึ่งมี พลตำรวจเอกประเสริฐ รุจิรวงศ์ เป็นหัวหน้า ได้เข้าเฝ้าฯ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ขอพระราชทานพระบรมราชานุญาต ยกกองทุนพิเศษที่พระราชทานไว้ ขึ้นเป็น “มูลนิธิภูมิพโลภิกขุ” และได้นำต้นฉบับพระคัมภีร์สัทธรรมปกาสินี (คัมภีร์ประกาศพระสัทธรรม) ซึ่งปริวรรตจากอักษรขอมเป็นอักษรไทยเสร็จแล้วขึ้นทูลเกล้าฯถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงเจิม พระองค์มีพระราชดำรัสตอนท้ายว่า

“ขอให้ทุกท่านได้ประสบผลสำเร็จ เป็นความพอใจแก่ผู้ปฏิบัติงาน ให้เป็นผลดีในการปฏิบัติงาน เพื่อเสริมสร้างพระพุทธศาสนาให้มั่นคงถาวร และให้ได้ผลสมบูรณ์ทุกคน ทั้งผู้ที่ปฏิบัติ ทั้งผู้ที่อุตสาหะจะร่วมงาน และสนใจดำเนินงานนี้ ขอให้ทุกสิ่งทุกอย่างตามจุดประสงค์ที่มีอยู่ขณะนี้ บรรลุผลทุกประการ”