เกี่ยวกับมูลนิธิ
องค์ประธานกรรมการมูลนิธิ
ประวัติความเป็นมา
กองทุนพิเศษ
เมื่อวันที่ ๓ ธันวาคม ๒๕๐๖ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณสมเด็จพระสังฆราชสกลมหาสังฆปริณายก (อยู่ ญาโณทยมหาเถระ) วัดสระเกศ ราชวรมหาวิหาร ได้นำคณะกรรมการสมาคมศูนย์ค้นคว้าทางพระพุทธศาสนาซึ่งตั้งขึ้นโดยพระอุปถัมภ์ของพระองค์เข้าเฝ้าฯ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ณ พระตำหนักจิตรลดารโหฐานเนื่องในโอกาสพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษา ๓ รอบ เพื่อถวายพระพรและทูลเกล้าฯ ถวายพระคัมภีร์อัฏฐสาลินีภาคภาษาไทยอันเป็นพระคัมภีร์ชั้นนอรรถกถาซึ่งยังไม่เคยแปลเป็นภาษาไทยมาก่อนและได้กราบบังคมทูลถึงงานแปลพระคัมภีร์ซึ่งทำได้ยากเพราะขาดคู่มือคำอธิบาย
พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร พระราชทานพระบรมราโชวาทข้อความตอนหนึ่งว่า
“ฉันขออนุโมทนา ขอให้ทำต่อไปอย่าหยุดเสีย ฉันสนับสนุนงานนี้ร้อยเปอร์เซ็นต์เต็ม ให้ทำต่อไปเป็นการช่วยให้คนเข้าถึงธรรม การแปลคำบาลีมาเป็นคำไทยนั้น ต้องระวังให้จงหนัก อย่าให้ขัดแย้งกันได้เป็นอันขาด เพราะถ้าขัดแย้งกันแล้ว จะทำให้เกิดความยุ่งยากแก่นักศึกษาต่อไปภายหน้า ที่ใดสงสัยว่าจะแปลให้เข้าใจไม่ได้แจ่มแจ้งก็ควรมีคำอธิบายกำกับไว้ด้วย”
ในโอกาสนั้น คณะกรรมการสมาคมฯ ได้ทูลเกล้าฯ ถวายเงินบริจาคส่วนที่เหลือจากการสร้างพระคัมภีร์ดังกล่าวเพื่อ โดยเสด็จพระราชกุศล พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๙ ได้พระราชทานกลับมาให้ตั้งเป็น “กองทุนพิเศษ” ไว้ดำเนินการแปลพระคัมภีร์ชั้นอรรถกถา และเผยแผ่ เพื่อใช้เป็นตำราศึกษาค้นคว้าทางพระพุทธศาสนา ต่อไป
ฉันขออนุโมทนา ขอให้ทำต่อไปอย่าหยุดเสีย ฉันสนับสนุนงานนี้ร้อยเปอร์เซ็นต์เต็ม ให้ทำต่อไปเป็นการช่วยให้คนเข้าถึงธรรม การแปลคำบาลีมาเป็นคำไทยนั้น ต้องระวังให้จงหนัก อย่าให้ขัดแย้งกันได้เป็นอันขาด เพราะถ้าขัดแย้งกันแล้ว จะทำให้เกิดความยุ่งยากแก่นักศึกษาต่อไปภายหน้า ที่ใดสงสัยว่าจะแปลให้เข้าใจไม่ได้แจ่มแจ้งก็ควรมีคำอธิบายกำกับไว้ด้วย”
พระราชทานพระบรมราโชวาท
พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร
ขอให้ทุกท่านได้ประสบผลสำเร็จ เป็นความพอใจแก่ผู้ปฏิบัติงาน ให้เป็นผลดีในการปฏิบัติงาน เพื่อเสริมสร้างพระพุทธศาสนาให้มั่นคงถาวรและให้ได้ผลสมบูรณ์ทุกคน ทั้งผู้ที่ปฏิบัติ ทั้งผู้ที่อุตสาหะจะร่วมงานและสนใจดำเนินงานนี้ ขอให้ทุกสิ่งทุกอย่างตามจุดประสงค์ที่มีอยู่ขณะนี้บรรลุผลทุกประการ”
พระราชทานพระบรมราโชวาท
พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร
มูลนิธิภูมิพโลภิกขุ
อีก ๙ ปี ต่อมา เมื่อวันที่ ๒๐ ตุลาคม ๒๕๑๕ คณะกรรมการสมาคมศูนย์ค้นคว้าทางพระพุทธศาสนารวมทั้งท่านผู้มีจิตศรัทธาและผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งมี พลตำรวจเอกประเสริฐ รุจิรวงศ์เป็นหัวหน้าได้เข้าเฝ้าฯ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๙ เพื่อถวายรายงานการแปลพระคัมภีร์ และได้ขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตยก “กองทุนพิเศษ” ที่พระราชทานไว้ขึ้นเป็นมูลนิธิ พระองค์ได้พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้เชิญพระราชฉายาขณะทรงผนวชว่า “ภูมิพโลภิกขุ” เป็นชื่อมูลนิธิ และโอกาสนั้น คณะกรรมการสมาคมฯ ได้นำต้นฉบับพระคัมภีร์สัทธรรมปกาสินี (คัมภีร์ประกาศพระสัทธรรม) ซึ่งปริวรรตจากอักษรขอมเป็นอักษรไทยเสร็จเรียบร้อยแล้วขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เพื่อทรงเจิม พระองค์มีพระราชดำรัสตอนท้ายว่า
“ขอให้ทุกท่านได้ประสบผลสำเร็จ เป็นความพอใจแก่ผู้ปฏิบัติงาน ให้เป็นผลดีในการปฏิบัติงาน เพื่อเสริมสร้างพระพุทธศาสนาให้มั่นคงถาวรและให้ได้ผลสมบูรณ์ทุกคน ทั้งผู้ที่ปฏิบัติ ทั้งผู้ที่อุตสาหะจะร่วมงานและสนใจดำเนินงานนี้ ขอให้ทุกสิ่งทุกอย่างตามจุดประสงค์ที่มีอยู่ขณะนี้บรรลุผลทุกประการ”
ทั้งนี้ มูลนิธิฯ ได้จดทะเบียนจัดตั้งตามกฎหมาย เมื่อวันที่ ๙ ตุลาคม ๒๕๑๖
ตราสัญลักษณ์ของมูลนิธิ
ชื่อมูลนิธิฯ
มูลนิธิ “ภูมิพโลภิกขุ” เพื่อการค้นคว้าและเผยแผ่ทางพระพุทธศาสนา
ภาษาอังกฤษ
BHUMIBALO BHIKKHU FOUNDATION
เครื่องหมาย “พระคัมภีร์ใบลาน และเทียนมีแสงสว่าง ล้อมกรอบด้วยวงล้อพระธรรมจักร” จารึกอักษรว่า
“มูลนิธิภูมิพโลภิกขุ เพื่อการค้นคว้าและเผยแผ่ทางพระพุทธศาสนา”
คัมภีร์ใบลาน สีหม้อตาล
หมายถึง พระพุทธวจนะ คือพระพุทธศาสนา
เทียน สีขาว
หมายถึง ความบริสุทธิ์ คือพระวิสุทธิคุณ
เปลวเทียน สีแดงอมเหลือง (สีส้ม)
หมายถึง ความรุ่งเรือง คือพระปัญญาคุณ
รัศมี สีพวงแสด
หมายถึง ความสว่างไสว คือพระกรุณาคุณ
วงล้อมพระธรรมจักร สีเหลือง
หมายถึง อำนาจ คือพระธรรมค้ำจุนโลก
ตัวหนังสือ “มูลนิธิภูมิพโลภิกขุ เพื่อการค้นคว้าและเผยแผ่ทางพระพุทธศาสนา” สีเลือดนก
หมายถึง ชาติไทยนับถือพระพุทธศาสนา มีพระมหากษัตริย์เป็นหลักชัย
โย ธมฺมำ ปสฺสติ โส มำ ปสฺสติ สีหม้อตาล หมายถึง เข้าถึงพระธรรมจึงจะถึงพระพุทธเจ้า
คณะกรรมการมูลนิธิภูมิพโลภิกขุ (พ.ศ.๒๕๖๗-๒๕๖๙)
สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา เจ้าฟ้ามหาจักรีสิรินธร มหาวชิราลงกรณ วรราชภักดี สิริกิจการิณีพีรยพัฒน รัฐสีมาคุณากรปิยชาติ สยามบรมราชกุมารี
องค์ประธานกรรมการ
๒. คุณหญิงจวบ จิรโรจน์ รองประธานกรรมการ
๓. นายฐิระวัตร กุลละวณิชย์ รองประธานกรรมการ
๔. คุณหญิงแสงเดือน ณ นคร กรรมการ
๕. คุณหญิงสมนึก เปรมวัฒนะ กรรมการ
๖. คุณหญิงนงเยาว์ จิตต์กุศล กรรมการ
๗. พลเอกอุดมชัย องคสิงห กรรมการ
๘. นายบุญปลูก ชายเกตุ กรรมการ
๙. นางกิ่งกาญจน์ อารักษ์พุทธนันท์ กรรมการ
๑๐. นางสาวบุญรักษ์ นาครัตน์ กรรมการ
๑๑. นายปราโมทย์ สัชฌุกร กรรมการ
๑๒. พลเรือตรีสุรจิต สงสกุล กรรมการ
๑๓. พันเอกณรงค์ ครองแถว กรรมการ
๑๔. ศาสตราจารย์ วิเศษ แสงกาญจนวนิช กรรมการ
๑๕. นายสุรพล โตวิวัฒน์ กรรมการ
๑๖. นางบุญมา เตสยานนท์ กรรมการ
๑๗. นางสาวณัฐณิชา มานะวนิชย์ กรรมการ
๑๘. นายวีระชัย ไชยวรรธนะ กรรมการ
๑๙. นายพีระพันธุ์ สุนทรศารทูล กรรมการ
๒๐. นายพิพัฒน์ บูรณะนนท์ กรรมการ
๒๑. นายลอยเลื่อน บุนนาค กรรมการ
๒๒. นางนันทัชพร ศรีจาด กรรมการ
๒๓. นางพัทธนันท์ สมบูรณ์พงษ์ กรรมการ
๒๔. นางอัจฉรา บุนนาค กรรมการ
๒๕. นางสาวแม้นมณี จารุดุล กรรมการ
๒๖. นายระพินทร์ จารุดุล กรรมการและผู้จัดการ
๒๗. นางนิรมล เรียบร้อยเจริญ กรรมการและผู้ช่วยผู้จัดการ
๒๘. นางสินีนาฏ โสดสถิตย์ กรรมการและเหรัญญิก
๒๙. นางสุภาคินี เอกฉัตร กรรมการและผู้ช่วยเหรัญญิก
๓๐. นางสาวกมลวรรณ กรรเกษม กรรมการและเลขาธิการ
๓๑. นางสาวพรทิพย์ โพธิปิณฑ์ กรรมการและผู้ช่วยเลขาธิการ